จัดทำโดย : นางสาวบุศรินทร์ เทวาดิเทพ
เลขทะเบียน : 4902100037
เรื่อง : มาบตาพุดฉุดหุ้นไทย
ตัวเลขเงินทุนไหลเข้ายังคงเป็นลบต่อตลาดหุ้นไทย จากรายงานสัปดาห์ล่าสุด 3-9 ธ.ค. พบว่านักลงทุนต่างชาติเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก (GEM) และ International เป็นหลัก
แต่ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกขายสุทธิต่อเนื่องจากการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ มากระตุ้นความเชื่อมั่น และมีความเสี่ยงจากกรณีมาบตาพุดและการเมือง
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลก MSCI All World Index ลดลง 2.1% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น (MSCI APxJ) ลดลง 1.6% (เพิ่มขึ้น 0.3% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 0.1% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ตามลำดับ)
นักลงทุนสถาบันที่ลงทุนในทุกภูมิภาค (Mutual Funds) ยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องจำนวน 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากสัปดาห์ก่อนซื้อสุทธิ 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ) นำโดย International 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ Asia Ex-Japan ซื้อสุทธิ 851 ล้านเหรียญสหรัฐ GEM ซื้อสุทธิ 849 ล้านเหรียญสหรัฐ ละตินอเมริกาซื้อสุทธิ 411 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดเกิดใหม่เอเชียซื้อสุทธิ 210 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนตลาดหุ้นไทยกลับมาขายสุทธิอีกครั้ง (รวมขายสุทธิ 5 สัปดาห์ในรอบ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา) จำนวน 105 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากสัปดาห์ก่อนซื้อสุทธิ 82 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยนักลงทุนประเภท Mutual Funds กลับมาซื้อสุทธิครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์จำนวนเล็กน้อย 3 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากสัปดาห์ก่อนขายสุทธิ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ) และนักลงทุนประเภท Foreign Investors กลับมาขายสุทธิ (ขายสุทธิ 3 สัปดาห์ในรอบ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา) จำนวนขายสุทธิ 108 เหรียญสหรัฐ (จากสัปดาห์ก่อนซื้อสุทธิ 83 ล้านเหรียญสหรัฐ)
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ โบรกเกอร์ญี่ปุ่น รายงานประจำสัปดาห์ Asia Conviction List และคงคำแนะนำ เลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงถูกในเชิงของปัจจัยพื้นฐาน (Cheap Valuation) เช่น กลุ่มสื่อสาร ยังคงถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ
สำหรับประเด็นเศรษฐกิจแบบบนลงล่าง (Top-Down) พบว่าการคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำต่อไปของสหรัฐส่งผลให้ธนาคารกลางในเอเชียดำเนินนโยบายการเงินที่ยากลำบาก แต่ยังคงเชื่อว่าธนาคารกลางเอเชียจะไม่เร่งรีบดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในเร็วๆ นี้ภายใต้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงต้องอาศัยพึ่งพิงการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน
โนมูระ คาดว่าประเด็นการลงทุน (Investment Theme) จากนี้ไปจะย้ายไปยังธีมสินทรัพย์ (Asset Themes) มากกว่าเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Economy Themes) ที่จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของอัตราผลตอบแทน (Margin) เนื่องจากภาระต้นทุนที่สูงขึ้น (Higher Input Costs) ภายใต้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังจะเปลี่ยนจากมุมมองเป็นบวก เป็นดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ และคาดว่าความผันผวนปี 2553 จะเพิ่มสูงขึ้นจากการ Rebalance of Global Economy ส่วนสัปดาห์นี้คาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นบวกจะมาจากรายงานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2552 ของออสเตรเลีย ที่คาดว่าจะเติบโต 0.9% จากไตรมาส 2 และธนาคารกลางฟิลิปปินส์คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม
ทั้งมาบตาพุดและการเมืองเป็นปัจจัยที่ยากต่อการควบคุม แม้ปัจจัยพื้นฐานดีก็คงเอาไม่อยู่...
คำถาม :
1. บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ โบรกเกอร์ญี่ปุ่น รายงานประจำสัปดาห์ Asia Conviction List และคงคำ
แนะนำ เลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์เน้นกลุ่มใด
2.ธนาคารกลางเอเชียยังคงไม่เร่งรีบดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในเร็วๆ นี้ภายใต้การเติบโตทาง
เศรษฐกิจที่ยังคงต้องอาศัยพึ่งพิงปัจจัยใด
3.โนมูระ คาดว่าประเด็นการลงทุน (Investment Theme) จากนี้ไปจะย้ายไปยังธีมสินทรัพย์ (Asset
Themes) มากกว่าเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Economy Themes) ที่จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของ
อัตราผลตอบแทน (Margin) เนื่องจากเหตุใด
ที่มา : http://money.impaqmsn.com/content.aspx?id=19578&ch=227
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
คำตอบ โดยนางสาวพริยาภรณ์ บุตรพรม เลขทะเบียน 4902100180
ตอบลบ1.เลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงถูกในเชิงของปัจจัยพื้นฐาน (Cheap Valuation) เช่น กลุ่มสื่อสาร ยังคงถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ
2.การใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน
3.เนื่องจากภาระต้นทุนที่สูงขึ้น (Higher Input Costs) ภายใต้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังจะเปลี่ยนจากมุมมองเป็นบวก เป็นดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ
คำตอบคือ
ตอบลบ1.อุตสาหกรรมที่ยังคงถูกในเชิงของปัจจัยพื้นฐาน (Cheap Valuation) เช่น กลุ่มสื่อสาร ยังคงถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ
2.ภายใต้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงต้องอาศัยพึ่งพิงการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน
3.เนื่องจากภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ภายใต้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังจะเปลี่ยนจากมุมมองเป็นบวก เป็นดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ และคาดว่าความผันผวนปี 2553 จะเพิ่มสูงขึ้นจากการ Rebalance of Global Economy
นางสาวชลนิสา จงจิตร เลขทะเบียน 5002110021
คำตอบคือ
ตอบลบ1.อุตสาหกรรมที่ยังคงถูกในเชิงของปัจจัยพื้นฐาน (Cheap Valuation) เช่น กลุ่มสื่อสาร ยังคงถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ
2.ภายใต้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงต้องอาศัยพึ่งพิงการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน
3.เนื่องจากภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ภายใต้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังจะเปลี่ยนจากมุมมองเป็นบวก เป็นดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ และคาดว่าความผันผวนปี 2553 จะเพิ่มสูงขึ้นจากการ Rebalance of Global Economy
นางสาวปิยนุช พละเยี่ยม เลขทะเบียน 4902100345