วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

จัดโปรโมชั่นอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

จัดทำบทความโดย

นางสาวนิลรัตน์ โสภา เลขทะเบียน 4902100115

ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการจะต้องนำเอาหลักการตลาดมาใช้ในการทำงานมากขึ้น หากยังจำกันได้ก็เข้าใจดีว่า promotion คือส่วนหนึ่งที่นักการตลาดสามารถพึ่งพาได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า การทำตลาดด้วยกิจกรรมต่างๆเพื่อประกาศให้ลูกค้ารู้ว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นมีอะไรพิเศษๆแล้วกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายหันมาสนใจและตัดสินใจซื้อ คือสิ่งที่จะต้องทำในช่วงนี้

การทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าและบริการ สามาถทำได้ทั้งการใช้สื่อต่างๆ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงกล่มลูกค้า วิธีนี้อาจไม่เหมาะสมกับธุรกิจที่มีงบการตลาดที่ค่อนข้างจำกัด แต่ธุรกิจขนาดย่อมก็สามารถบริหารและจัดการเรื่องใช้สื่อด้วยวิธีประหยัดได้เช่นกัน เข่น การส่งข่าวประชาสัมพันธ์ถึงรายละอียดโปรโมชั่นที่จัดขึ้น โดยมุ่งไปที่สื่อประเภทหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่มีคอลัมน์ที่เกี่ยวกับธุรกิจที่กำลังทำอยู่

เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการโปรโมชั่น ไม่ใช่เฉพาะร้านอาหารเท่านั้นที่สามารถใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า แต่ผลิตภัณฑ์อื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกัน อาจเริ่มต้นด้วยการนำเอาผลิตภัณฑ์ไปให้สือได้ชิมถึงสำนักพิมพ์ ดิฉันเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะทำ ให้สื่อเห็นใจและนำเสนอข่าวของผลิตภัณฑ์บ้าง เพราะที่ผ่านมาแบรนด์อื่นๆ ก็มักใช้กลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อสร้างข่าวให้กับองค์กร หากธุรกิจเอสเอ็มอีลงมือทำแบบนี้กันบ้าง สื่อคงไม่ใจดำกับผู้ประกอบการอย่างแน่นอน โดยเฉพาะทุกวันนี้สื่อสิ่งพิมพ์ส่วนใหญ่ก็มักมีคอลัมน์เกี่ยวกับธุรกิจเอสอ็มอีอยู่แล้ว
นอกจากนี้แล้วผู้ประกอบการยังสามารถใช้ช่องทางอื่นๆ ในการสื่อสารถึงโปรโมชั่น พิเศษของผลิตภัณฑ์ได้อีก เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งทุกวันเว็บไซต์ต่างๆ ได้เปิดโอกาสให้มีการโฆษณาซื้อ-ขายสินค้าได้อย่างเสรี หรือถ้ามีงบประมาณบ้างก็อาจลงทุนกับสื่อที่ประหยัด เช่น ใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ หรือรถแห่ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากการนำเสนอโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ผ่านสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ แล้ว การจัดโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ สำหรับลูกค้ายังสามารถสื่อสารได้ด้วยการผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถบ่งบอกถึงลักษณะพิเศษของสินค้าและบริการ ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อในที่สุด เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรต่างๆ หรือการสนับสนุนกิจกรรมที่หน่วยงานอื่นจัดขึ้น และเป็นที่รู้จักของประชาชนและต้องการมาร่วมงาน นอกจากนี้แล้วยังสามารถลงทุนจัดกิจกรรมเองในงานมหกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ในกลุ่มลูกค้า
อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำว่าการจัด โปรโมชั่นด้วยวิธีต่างๆ จะไม่เกิดประโยชน์เลย หากไม่สามารถทำให้ลูกค้าเป้าหมายได้รู้ว่าองค์กรกำลังพยายามทำอะไรอยู่ ดังนั้นการสื่อสารด้วยวิธีการต่างๆ จึงถือว่ามีความจำเป็นสูงสุด ทั้งนี้ผู้ประกอบการไม่ควรลืมว่าโปรโมชั่นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหลักการทำงาน ซึ่งจำเป็นต้องทำให้สอดคล้องกันระหว่างผลิตภัณฑ์ สถานที่ และราคา มิเช่นนั้น 4P ก็อาจไม่ได้ช่วยให้การทำงานประสบความสำเร็จนัก
สุดท้ายขอฝากข้อคิดไว้ว่า การทำ โปรโมชั่นให้กับสินค้าไม่ควรนึกถึงเรื่องการลด แลก แจก แถมเท่านั้น ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำให้การโปรโมชั่นแต่ละครั้งสามารถสร้างยอดขายได้ และอย่าลืมมองหาพันธมิตรทางธุรกิจไว้เป็นทางเลือกในการทำโปรโมชั่นด้วยนะคะ
คำถามท้ายบท
1. โปรโมชั่น คืออะไร
2. นอกจากนี้แล้วผู้ประกอบการยังสามารถใช้ช่องทางอื่นในการสื่อสารถึงโปรโมชั่นคือ
3. การจัดโปรโมชั่นด้วยวิธีต่างๆ จะไม่เกิดประโยชน์ถ้าเป็นอย่างไร


วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์

จัดทำบทความโดย

นางสาวนิลรัตน์ โสภา เลขทะเบียน 4902100115

ในชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้ว่าเราเองก็กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจล้มเป็นโดมิโนซึ่งมาจากพี่ยักษ์ใหญ่คนสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา คนมีงานทำกลับต้องมาเตะฝุ่นมากกว่าล้านคนทั่วโลก ออเดอร์จากการสั่งสินค้าไม่ขยับมีกลับถดถอยลง ทำเอาลูกบ้านอย่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งบ้านเราได้รับอานิสงส์นี้มาด้วย ถ้าจะย้อนไปให้ดีๆก็ไม่ต่างกับเหตุการณ์ฝันร้ายของคนไทยในปี 2540 วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Crisis) ซึ่งไทยเองก็ได้รับบทเรียนราคาแสนแพงเช่นกันนี้มาก่อน
คำถามทำไมประเทศมหาอำนาจเช่นอเมริกาถึงตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ กล่าวได้ง่ายๆก็คือ การใช้จ่ายเงินในอนาคตที่เรียกง่ายๆก็คือ บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เป็นกลไกหลักอย่างหนึ่งที่ขับเคลื่อนวิกฤตการณ์นี้ มูลค่าของเงินได้เข้ามาเป็นหนึ่งในปัจจัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของมนุษย์ พอมีเงินแล้วก็สามารถเลือกเฟ้นหาสิ่งต่างๆที่ใจเราต้องการ รวมทั้งที่อยู่อาศัยซึ่งมนุษย์เองก็ต้องการไม่แพ้กับเงิน
ถ้ามนุษย์ต้องการแสวงหาบ้านดีๆซักหลังแต่ต้องผิดหวังกับรายจ่ายที่ต้องมีมากกว่ารายรับ แล้วทางออกของปัญหาหละจะทำอย่างไร ก็ตอบได้ง่ายๆก็คือ ทำการกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อมาซื้อบ้าน แต่เนื่องมาจากหลายปีที่ผ่านมาราคาอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาดีดตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากอัตราการขยายตัวของประชากรเพิ่มขึ้น อีกทั้งจากการเก็งกำไรของผู้ลงทุน ทำให้ราคาบ้านมีราคาสูงอย่างเห็นได้ชัดแตกต่างกับรายได้ที่มีเท่าเดิม ทำให้สถาบันการเงินต่างๆเล็งเห็นดีว่าแม้จะทำการหักค่าใช้จ่ายของผู้กู้แล้ว ก็ไม่เพียงพอสำหรับจ่ายหนี้ที่กู้มาได้ ทำเอาผู้คนที่มาใช้บริการถึงกับกุมขมับยอมกลับบ้านอย่างผิดหวัง ทั้งนี้มีผลมาจาก นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ทำให้ราคาตลาดอสังหาริมทรัพย์ผันผวน
ทางด้านสถาบันการเงินของสหรัฐฯก็ได้วิตกกับปัญหาเหล่านี้ และพยายามจะหาทางออกโดยใช้ตราสารหนี้(ประเภทซับไพร์ม)ชนิดใหม่ขึ้นมา โดยมีมาตรการจูงใจลูกค้าด้วยผลตอบแทนในราคาที่สูงกว่าเกณฑ์ เพื่อดูดเม็ดเงินจำนวนมากไหลมาในระบบ จากบรรดาผู้มีอันจะกิน หรือแม้กระทั่งสถาบันการเงินอื่นๆก็ตาม เท่ากับว่าสถาบันการเงินยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ต่อที่ 1 มีเม็ดเงินไหลมาในระบบ ต่อที่ 2 บริหารจัดการเงินที่ได้มานั้น เอาไปปล่อยสินเชื่อให้กับนักลงทุนที่จะนำไปลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกต่อ
ตราสารหนี้ประเภทซับไพร์มเหล่านี้ ก็แพร่หลายในสหรัฐฯอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จึงทำให้เกิดตราสารหนี้ชนิดเดียวกันนี้ออกดอกออกผลมากมาย ในขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ผันผวนอยู่นั้น เหล่าบรรดาสถาบันการเงินก้องัดกลยุทธ์เด็ดๆ เรียกได้ว่าถ้าเป็นขนมหวาน ก็คงไม่พลาดที่มดจะมากินทั้งรัง ทำเอาพฤติกรรมการใช้เงินของชาวอเมริกันจากเดิมที่ฟุ้งเฟ้ออยู่แล้วถึงกับลอยลิ่วตัวปลิวกับการใช้จ่าย อย่างไรก็ตามงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในอีกไม่กี่ปีให้หลัง เศรษฐกิจของสหรัฐก็เริ่มมาถึงทางตัน ระบบทางการเงินขาดสภาพคล่อง ราคาที่ดินจากเดิมที่รุ่งโรจน์ก็พร้อมใจกันแตกดับ คนอเมริกันที่มีชีวิตอันสวยหรูกลับมาต้องหมดอาลัยตายอยาก
สถาบันและบริษัทการเงินประเมินแล้วว่ารายรับที่คาดว่าจะได้กลับกลายเป็นอากาศ ต่างก็หาทางออกอย่างรวดเร็ว ถึงกับกวดขันอย่างจิงจังเรื่องการกู้เงิน เรื่องการขอสินเชื่อเป็นเรื่องไม่หมูอีกต่อไป เงินเริ่มฝืดเพราะประชาชนมีหนี้ท่วมหัว จะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็คิดมากขึ้น เศรษฐกิจของชาติกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ก็เพราะความผิดพลาดในการปล่อยสินเชื่อซับไพร์มเป็นจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการขายต่อออกไป อีกทั้งภาครัฐยังไม่มีมาตรการที่รัดกุมพอ ประกอบกับความจูงใจในตราสารหนี้ หรือแม้กระทั่งความเลินเล่อในการประเมินค่าความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์
ที่มา http://www.suretax-accounting.com/articles/economy/191-2009-04-23-04-09-15.html


คำถามท้ายบท
1.วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์เหมือนกับเหตุการณ์ของไทยปีอะไร ชื่อว่าอะไร
2.ทำไมอเมริกาจึงตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
3.สถาบันการเงินของสหรัฐฯพยายามหาทางออกโดยใช้อะไร


กสิกรไทยหนุนพลังงานสีเขียว ปล่อยกู้ 1,100 ล้านให้โซล่า เพาเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จัดทำบทความโดย
นางสาวพรทิพย์ คำตะโหนด เลขทะเบียน 4902100067
เรื่อง กสิกรไทยหนุนพลังงานสีเขียว ปล่อยกู้ 1,100 ล้านให้โซล่า เพาเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กสิกรไทยหนุนพลังงานสีเขียว ปล่อยกู้ 1,100 ล้านให้โซล่า เพาเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขายให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ทั้งหมด ชี้ช่วยลดมลภาวะ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยมีนโยบายสนับสนุนโครงการที่ประหยัดพลังงานหรือใช้พลังงานทางเลือก เพื่อร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อม และลดปัญหาโลกร้อน โดยล่าสุดธนาคารได้ให้การสนับสนุนทางการเงินจำนวนรวม 1,100 ล้านบาท แก่บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับการให้การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้จะเป็นเงินกู้โครงการ (Project Finance) มาตรฐานระดับสากล ซึ่งประกอบด้วยวงเงินเพื่อนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ วงเงินกู้ระยะยาว พร้อมทั้งวงเงินอื่น ๆ เพื่อบริหารโครงการ อาทิ วงเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวนรวมกว่า 1,100 ล้านบาท โดยโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ นับเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่โครงการแรกของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา ที่ต้องนำเข้าเชื้อเพลิงส่วนหนึ่งจากต่างประเทศ ในขณะที่การใช้พลังงานน้ำจากเขื่อนต้องอาศัยความเพียงพอและต่อเนื่องของปริมาณน้ำ และมีข้อจำกัดในการขยายการผลิตด้วยการสร้างเขื่อนแห่งใหม่ ดังนั้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้พลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าแก่ประเทศในระยะยาว เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนจึงมีพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ได้ไม่จำกัดอย่างต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี

ด้านนางสาววันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าร่วมส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน จึงทำให้บริษัทมุ่งมั่นที่จะผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษ มีศักยภาพสูง และมีความมั่นคงจากแหล่งพลังงานที่เป็นพลังงานธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายและกลยุทธ์ขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ด้วยแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 แห่ง มีกำลังการผลิตไฟฟ้าได้รวมกว่า 200 เมกะวัตต์ ขณะนี้บริษัทได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกที่อำเภอโนนสูง นครราชสีมา เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในเดือนมีนาคมนี้ ด้วยกำลังการผลิต 5.88 เมกกะวัตต์ โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะรับซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด ทำให้โครงการมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีแหล่งรับซื้อพลังงานที่แน่นอน

นายประสาร กล่าวตอนท้ายว่า ธนาคารมีเป้าหมายที่จะเป็นอันดับหนึ่ง ในการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจที่ใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยส่วนแบ่งตลาด 30% ซึ่งนอกจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว ยังรวมถึงพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น ๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลมและโรงไฟฟ้าชีวมวล ธนาคารกสิกรไทยได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับโครงการพลังทางเลือก (Renewable Energy) ขนาดใหญ่หลายโครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกหลายโครงการด้วย

ที่มา : Thaibusinesspr.com

คำถามท้ายเรื่อง
1.โครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการพาณิชย์ของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
2.การที่รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)เข้าร่วมส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด มีเป้าหมายและกลยุทธ์ใด
3.ธนาคารกสิกรไทยได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับโครงการพลังทางเลือก ขนาดใหญ่หลายโครงการมีโครงการอะไรบ้าง


?แบงก์ชาติ? ดันไมโครไฟแนนซ์ปล่อยกู้รากหญ้า

จัดทำบทความโดย
นางสาวพรทิพย์ คำตะโหนด เลขทะเบียน 4902100067

?แบงก์ชาติ? ผลักดันไมโครไฟแนนซ์ ปล่อยกู้แก่รากหญ้าทดแทนการไปกู้นอกระบบ แจงดำเนินการเวิร์กชอปให้ความรู้แก่แบงก์พาณิชย์เพื่อจูงใจให้บริการนี้มากขึ้น

นางสาวนวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส สายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการศึกษาการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนระดับรากหญ้า ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบธนาคารพาณิชย์ได้ (ไมโครไฟแนนซ์) โดยยอมรับว่า การให้ความช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว ถึงเป็นเรื่องใหม่ในการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินไทยไม่เคยทำมาก่อน และมองว่าเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เพราะหลักการของการให้สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ เป็นการให้สินเชื่อแก่คนที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงินมาก่อน และไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน เพื่อให้ระดับรากหญ้าเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ได้จริง

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของไมโครไฟแนนซ์ที่ ธปท.ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น เนื่องจากสินเชื่อเหล่านี้จะเข้ามาทดแทนเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ของผู้มีรายได้น้อยและไม่มีโอกาสกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้เงิน แต่การกู้นอกระบบจะถูกเอาเปรียบจากอัตราดอกเบี้ยที่แพงมาก ดังนั้น ในช่วงต่อไปนี้ ธปท.มีแผนจะจัดเป็นสัมมนาเวิร์กชอป หรือการออกไปให้ความรู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ไทย ให้เข้าใจการดำเนินการธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในลักษณะไมโครไฟแนนซ์มากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจให้เปิดใจยอมรับ และสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศเข้ามาทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กในลักษณะนี้มากขึ้น

?ธปท.เข้าใจดีว่า หากธนาคารพาณิชย์จะทำธุรกิจอะไร จะต้องสามารถสร้างกำไรได้ และการปล่อยสินเชื่อลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าการปล่อยสินเชื่อในปัจจุบัน ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เก็บจากลูกค้าอาจจะสูงกว่าการปล่อยกู้ในระบบปัจจุบัน แต่ถ้าเทียบกับดอกเบี้ยหนี้นอกระบบในขณะนี้จะต่ำกว่ามาก และที่สำคัญช่วยเพิ่มโอกาสการทำอาชีพให้กับคนระดับรากหญ้ามากขึ้น แต่การจะเชิญชวนให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาทำก็ต้องสร้างความเข้าใจว่า การทำธุรกิจลักษณะนี้มีโอกาสในการทำกำไรได้? น.ส.นวพร กล่าว

ทั้งนี้ จากที่หารือในเบื้องต้นกับธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น มีบางรายที่สนใจและตั้งใจจะใช้เป็นช่องทางในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม ขณะที่การเพิ่มธนาคารพาณิชย์จากต่างประเทศที่เคยมีประสบการณ์หรือทำธุรกิจนี้ในต่างประเทศ ให้เข้ามาขอใบอนุญาต (ไลเซนส์) จัดตั้งสถาบันการเงินในประเทศไทย เป็นเรื่องหนึ่งที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นแผน 5 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2552-2256 ซึ่งธนาคารต่างประเทศเหล่านั้นมีความเข้าใจอยู่แล้ว ดังนั้น ในช่วงนี้จึงเป็นหน้าที่ ธปท.ที่จะให้ความรู้กับธนาคารพาณิชย์ให้แข่งขันได้ก่อน

ที่มา : http://news.thaishophub.com/category/

คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ1. มีหลักการของการให้สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์อย่างไร
ข้อ2. บอกข้อดีของไมโครไฟแนนซ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น
ข้อ3. เพราะเหตุใดธนาคารแห่งประเทศไทยมีแผนจะจัดเป็นสัมมนาเวิร์กชอป หรือการออกไปให้ความรู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ไทย ในการดำเนินการธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในลักษณะไมโครไฟแนนซ์